ปราจีนบุรี — ปราจีนบุรีระอุ! มือมืดท้าทายกฎหมาย ลอบทิ้งเศษสายไฟบดอัดกว่า 20 พ่วง ขวางทางชุมชนบ้านโคกไม้แดง หวั่นหน้าฝนชะสารพิษลงแหล่งน้ำ-กระทบฝูงช้างป่าอ่างฤาไนที่ข้ามจากจังหวัดฉะเชิงเทรามาหากิน
นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี ได้โพสต์ในเพจเฟชบุ๊ค พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรวม 4 ท่าน ได้ร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบบริเวณผืนป่ายูคาลิปตัสและป่าอ้อยในเขตบ้านโคกไม้แดง หมู่ 4 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังได้รับแจ้งข้อมูลร้องเรียนจากเพจเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเขื่อนระบมว่ามีกลุ่มทุนลักลอบนำกากขยะอุตสาหกรรมมาเททิ้งเป็นจำนวนมาก

นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบกากขยะอุตสาหกรรมประเภทเศษสายไฟฟ้าที่ผ่านการบดย่อยและปอกเปลือกแล้ว ถูกนำมาเทกองทิ้งกระจายอยู่ตามแนวป่าและพื้นที่สปก. ของเอกชนรายหนึ่งอย่างเป็นกระบวนการ โดยจุดแรกพบกองขยะมหึมาคาดว่ามีปริมาณไม่ต่ำกว่า 10 รถบรรทุกพ่วง ส่วนจุดที่สองพบอีกประมาณ 5 รถบรรทุกพ่วง นอกจากนี้ยังพบเศษขยะลักษณะเดียวกันถูกนำมาดัมป์ทิ้งขวางเส้นทางสัญจรในผืนป่าอีกจุดละประมาณ 1 รถบรรทุกพ่วง รวมปริมาณขยะพิษที่พบในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 20 รถบรรทุกพ่วง ส่งผลให้ยานพาหนะของชาวบ้านไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ตามปกติ

นายสุนทร คมคาย เปิดเผยข้อมูลอันน่ากังวลว่า กากเศษสายไฟบดย่อยที่พบในจุดนี้ มีลักษณะตรงกันกับขยะอุตสาหกรรมปนเปื้อนโลหะหนักที่เคยถูกพบว่านำไปฝังกลบในบ่อลูกรังลึกกว่า 6 เมตร บริเวณพื้นที่สาธารณะ หมู่ 6 ตำบลหาดนางแก้ว อำเภอกบินทร์บุรี เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งพฤติการณ์ของขบวนการนี้มักจะฉวยโอกาสลักลอบดำเนินการในช่วงเวลากลางคืน ขยะประเภทนี้ถือเป็นวัตถุอันตรายที่มีสารพิษตกค้างสูง หากประชาชนไปสัมผัสหรือเหยียบย่ำจะรู้สึกร้อนที่ฝ่าเท้าอย่างผิดปกติ ยิ่งในขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน น้ำฝนจะชะล้างสารเคมีและโลหะหนักจากกองขยะให้แทรกซึมลงสู่ผืนดินและแหล่งน้ำอย่างรวดเร็ว โดยในบริเวณใกล้เคียงยังมีสระน้ำสาธารณะที่เริ่มมีเศษขยะและสิ่งปนเปื้อนถูกเททิ้งลงไปจนส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งน้ำจากแหล่งนี้มีความเสี่ยงที่จะไหลหลากเข้าสู่พื้นที่การเกษตรและต้นน้ำสำคัญของภูมิภาค

ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอำเภอกบินทร์บุรี กล่าวเน้นย้ำถึงผลกระทบในอีกมิติหนึ่งว่า พื้นที่บ้านโคกไม้แดงเป็นเขตแนวกันชนและเป็นเส้นทางเคลื่อนผ่านสำคัญของฝูงช้างป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ที่มักจะเดินทางมาจากอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อมุ่งหน้าข้ามจังหวัดเข้ามายังป่าสะเดา ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ในแต่ละปีจะมีช้างป่ารวมฝูงกันนับ 100 ถึง 200 ตัว เดินผ่านและแวะเวียนมาใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในบริเวณนี้ การลักลอบทิ้งสารพิษในที่โล่งแจ้งจึงไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านในการทำเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายขั้นร้ายแรงต่อสัตว์ป่าที่อาจลงมากินหรือเล่นน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมี ซึ่งอาจส่งผลให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมลุกลามกลายเป็นวิกฤตการณ์ความขัดแย้งและการสูญเสียของสัตว์ป่าในอนาคต

สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินคดี มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สะกดรอยตามรถบรรทุกและสามารถสกัดจับกุมผู้กระทำความผิดได้บางส่วนพร้อมของกลางเป็นรถไถ 1 คัน และรถบรรทุกพ่วงอีก 2 พ่วง ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมายของพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นลูกชายของอดีตเจ้าของที่ดินที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำทางรถบรรทุกเข้ามาเทขยะในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ทางภาคประชาชนได้สะท้อนความกังวลว่าการแก้ไขปัญหาอาจไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากผู้นำท้องถิ่นบางส่วนยังไม่ได้ให้ความสนใจเข้ามาดูแลความเดือดร้อนของชาวบ้านเท่าที่ควร

เบื้องต้น นายสุนทร ได้ดำเนินการส่งเอกสารและประสานแจ้งเหตุไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี นายอำเภอกบินทร์บุรี และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานส่วนกลางและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ เก็บตัวอย่างสารพิษไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด พร้อมทั้งกดดันให้กลุ่มทุนผู้กระทำความผิดเร่งขนย้ายกากอุตสาหกรรมอันตรายทั้งหมดออกไปกำจัดอย่างถูกวิธี ก่อนที่สารพิษจะแพร่กระจายจนสร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศไปมากกว่านี้

### มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี ###
